เวลาแบรนด์ต่างๆ พูดถึงโอกาสการเติบโตในประเทศไทย บทสนทนามักวนเวียนอยู่กับกลุ่ม Gen Z คนทำงานในเมือง นักท่องเที่ยว หรือเทรนด์ดิจิทัลใหม่ๆ
แต่กลับมีชุมชนผู้บริโภคขนาดใหญ่ที่สุดกลุ่มหนึ่งของไทย ที่ยังไม่ค่อยถูกพูดถึงในวงการการตลาด นั่นคือ ผู้บริโภคชาวเมียนมา
จากข้อมูลของกระทรวงแรงงาน ปัจจุบันมีแรงงานชาวเมียนมาที่ขึ้นทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายมากกว่า 2 ล้านคน และคาดว่าจำนวนประชากรชาวเมียนมาทั้งหมดในไทยอยู่ที่ราว 3-5 ล้านคน นั่นหมายความว่าชุมชนชาวเมียนมาคือตลาดขนาดใหญ่ที่มีกำลังซื้อเติบโตต่อเนื่อง มีเครือข่ายชุมชนที่แข็งแกร่ง และมีการใช้งานดิจิทัลเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
ตลาดที่อยู่ตรงหน้า แต่หลายคนมองข้าม
อิทธิพลของผู้บริโภคชาวเมียนมาปรากฏให้เห็นทั่วประเทศไทยอยู่แล้ว
ลองเดินสำรวจย่านมหาชัย แม่สอด สมุทรสาคร หรือชุมชนแรงงานข้ามชาติรอบกรุงเทพฯ จะพบร้านอาหารเมียนมา ร้านของชำ ศูนย์บริการโอนเงิน บริษัททัวร์ และธุรกิจอีกมากมายที่ให้บริการลูกค้าหลายพันคนทุกวัน
นี่ไม่ใช่ตลาดเฉพาะกลุ่มเล็กๆ แต่คือระบบเศรษฐกิจผู้บริโภคที่มีชีวิตชีวาและกำลังเติบโต
สำหรับธุรกิจที่กำลังมองหาโอกาสเติบโตใหม่ๆ ผู้บริโภคชาวเมียนมาอาจเป็นหนึ่งในตลาดขนาดใหญ่ที่ยังไม่มีใครเข้าไปทำตลาดอย่างจริงจัง ทั้งที่อยู่ตรงหน้าเรามาตลอด
พวกเขาไม่ใช่แค่ "แรงงาน" แต่คือ "ผู้บริโภค"
หนึ่งในความเข้าใจผิดที่พบบ่อยที่สุดเกี่ยวกับชุมชนชาวเมียนมาในไทย คือการมองว่าพวกเขาเป็นเพียง "แรงงาน" เท่านั้น
ในความเป็นจริง พวกเขาคือผู้บริโภคที่ตัดสินใจซื้อสินค้าและบริการทุกวัน ไม่ว่าจะเป็นอาหารและเครื่องดื่ม ผลิตภัณฑ์ดูแลส่วนตัว บริการด้านสุขภาพ แพ็กเกจอินเทอร์เน็ตมือถือ การเดินทาง ของใช้ในบ้าน และความบันเทิง พวกเขาช้อปปิ้งออนไลน์ ติดตามอินฟลูเอนเซอร์ และมีความภักดีต่อแบรนด์ที่พวกเขาไว้วางใจ
หลายคนใช้ชีวิตและสร้างรากฐานในประเทศไทยมานานหลายปี ขณะที่บางคนก็ผันตัวมาเป็นผู้ประกอบการ ทำธุรกิจที่ให้บริการทั้งลูกค้าชาวเมียนมาและชาวไทย
การเข้าใจกลุ่มผู้บริโภคนี้อย่างแท้จริง คือการมองพวกเขาไม่ใช่แค่ในฐานะแรงงาน แต่ในฐานะกลุ่มผู้บริโภคสำคัญที่มีกำลังซื้อเติบโตขึ้นเรื่อยๆ
ใช้มือถือเป็นหลัก และขับเคลื่อนด้วยชุมชน
ผู้บริโภคชาวเมียนมาเป็นกลุ่มที่ใช้สมาร์ตโฟนเป็นช่องทางหลักในชีวิตประจำวัน ทั้งการสื่อสาร ความบันเทิง ข่าวสาร การช้อปปิ้ง และบริการทางการเงิน
Facebook ยังคงเป็นแพลตฟอร์มที่มีอิทธิพลมากที่สุด ขณะที่ TikTok และ YouTube ก็มีบทบาทสำคัญในการค้นหาสินค้าและสร้างการมีส่วนร่วมในชุมชน
ในขณะเดียวกัน การตัดสินใจซื้อของพวกเขาได้รับอิทธิพลอย่างมากจากเครือข่ายชุมชน คำแนะนำแบบปากต่อปากแพร่กระจายอย่างรวดเร็วผ่านกลุ่ม Facebook สถานที่ทำงาน ชุมชนท้องถิ่น และแอปแชทต่างๆ
สำหรับแบรนด์แล้ว นี่หมายความว่า "ความไว้วางใจ" และ "การบอกต่อ" มีความสำคัญไม่แพ้การโฆษณาเลย
ความไว้วางใจ คือความได้เปรียบทางการแข่งขัน
แม้ราคาจะยังคงเป็นปัจจัยสำคัญ แต่ "ความไว้วางใจ" มักมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อมากกว่า
ผู้บริโภคชาวเมียนมามีแนวโน้มสนับสนุนแบรนด์ที่สื่อสารอย่างชัดเจน เข้าใจวัฒนธรรมของพวกเขา และแสดงความเคารพต่อชุมชนอย่างจริงใจ แม้เพียงความพยายามเล็กๆ น้อยๆ เช่น การทำคอนเทนต์เป็นภาษาพม่า แคมเปญที่ปรับให้เข้ากับกลุ่มเป้าหมาย หรือทีมบริการลูกค้าที่พูดภาษาพม่าได้ ก็สามารถสร้างความน่าเชื่อถือได้อย่างมาก พวกเขาเป็นส่วนสำคัญของเศรษฐกิจไทยอยู่แล้วในวันนี้ และอิทธิพลของพวกเขาจะยิ่งเติบโตขึ้นในอนาคต
สำหรับแบรนด์ ความไว้วางใจไม่ใช่แค่เป้าหมายทางการตลาด แต่คือความได้เปรียบทางการแข่งขันที่จะนำไปสู่ความภักดีของลูกค้า การซื้อซ้ำ และการบอกต่อที่มีคุณค่า
ที่
Happio เราช่วยให้แบรนด์เข้าใจและเข้าถึงผู้บริโภคชาวเมียนมาได้ดียิ่งขึ้น ผ่านการวิจัยตลาด คอนเทนต์ที่ปรับให้เข้ากับกลุ่มเป้าหมาย การตลาดผ่านอินฟลูเอนเซอร์ และกลยุทธ์ดิจิทัลที่ขับเคลื่อนด้วยชุมชน
ติดต่อเราเพื่อสำรวจว่าแบรนด์ของคุณจะเชื่อมต่อกับผู้บริโภคชาวเมียนมาได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นได้อย่างไร