ประเทศไทยเป็นบ้านของแรงงานข้ามชาติจากกัมพูชา ลาว และเวียดนามรวมกันประมาณ 4.1 ล้านคน แรงงานกลุ่มนี้คิดเป็นมากกว่า 10% ของกำลังแรงงานทั้งหมดในประเทศไทย ตลอด 50 ปีที่ผ่านมา แรงงานกัมพูชาได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนเศรษฐกิจไทย มีการประเมินว่าปัจจุบันมีแรงงานกัมพูชาอยู่ในไทยมากกว่าครึ่งล้านคน ส่วนใหญ่ทำงานในภาคการแปรรูปอาหารทะเล การก่อสร้าง และภาคบริการ
เติมเต็มช่องว่างในตลาดแรงงานไทย
จำนวนคนไทยรุ่นใหม่ที่เข้าสู่ตลาดแรงงานลดลงทุกปี ในขณะที่สัดส่วนประชากรที่เข้าสู่วัยเกษียณกลับเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ส่งผลให้จำนวนคนไทยวัยทำงานไม่เพียงพอต่อตำแหน่งงานที่เศรษฐกิจสร้างขึ้น โดยเฉพาะงานที่ต้องใช้แรงกายหนัก ค่าแรงต่ำ และสภาพการทำงานที่ยากลำบาก ซึ่งไม่ดึงดูดแรงงานในประเทศมากพอ
แรงงานกัมพูชาจึงเข้ามาเติมเต็มช่องว่างเหล่านี้ แรงงานกัมพูชาที่เข้ามาทำงานในไทยมีรายได้สูงกว่ารายได้ก่อนย้ายถิ่นฐานประมาณ 2.2 เท่า นี่คือเหตุผลที่แรงงานยังคงหลั่งไหลเข้ามาอย่างต่อเนื่องมาหลายทศวรรษ
ความสัมพันธ์แบบได้ประโยชน์ทั้งสองฝ่าย
ความร่วมมือนี้เป็นประโยชน์ต่อทั้งสองประเทศ
สิ่งที่กัมพูชาได้รับ:
- แรงงานกัมพูชาในไทยส่งเงินกลับบ้านคิดเป็นมูลค่าประมาณ 40-65 พันล้านบาทต่อปี
- เฉพาะปี 2565 เพียงปีเดียว แรงงานชาวกัมพูชาส่งเงินกลับบ้านประมาณ 2.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นประมาณ 4% ของ GDP ทั้งหมดของกัมพูชา
สิ่งที่ไทยได้รับ:
- ความใกล้ชิดทางภูมิศาสตร์และความคล้ายคลึงทางวัฒนธรรมระหว่างกัมพูชากับไทย ทำให้แรงงานกลุ่มนี้เข้าถึงได้ง่ายและมีต้นทุนต่ำ
- แรงงานกัมพูชาช่วยให้อุตสาหกรรมส่งออกของไทยดำเนินต่อไปได้ และยังช่วยควบคุมต้นทุนในภาคเกษตรกรรมและการแปรรูปอาหารให้อยู่ในระดับต่ำ
ความขัดแย้งชายแดนที่เปลี่ยนทุกอย่าง
ไทยและกัมพูชาเคยเผชิญความขัดแย้งชายแดนที่แท้จริง ซึ่งยังคงส่งผลต่อความสัมพันธ์ด้านแรงงานจนถึงทุกวันนี้ ความสำคัญของแรงงานกัมพูชาปรากฏชัดเจนเป็นพิเศษในช่วงปี 2568-2569 เมื่อแรงงานหลายแสนคนเดินทางกลับบ้าน ส่งผลให้ไทยประสบปัญหาขาดแคลนแรงงานอย่างหนัก ในขณะเดียวกัน ตลาดแรงงานของกัมพูชาเองก็ต้องรับมือกับแรงงานที่กลับมาจำนวนมากในเวลาเดียวกัน
ความปั่นป่วนที่เกิดขึ้นพร้อมกันนี้แสดงให้เห็นชัดเจนว่าเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศเชื่อมโยงกันอย่างแท้จริง ไม่มีประเทศใดสามารถทดแทนสิ่งที่อีกฝ่ายมอบให้ได้ง่ายๆ
ทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญ?
การเปลี่ยนแปลงของอุปทานแรงงานไม่ใช่แค่ตัวเลขบนหน้ากระดาษ เมื่อเงินโอนกลับบ้านเพิ่มขึ้นหรือลดลง เมื่อแรงงานเคลื่อนย้ายข้ามพรมแดนเพราะนโยบายใหม่หรือความขัดแย้ง เหตุการณ์เหล่านี้ล้วนส่งผลกระทบจริง มันกำหนดต้นทุนการจ้างงาน ส่งผลต่อห่วงโซ่อุปทาน มีผลต่อระยะเวลาการผลิต และกระทบต่อชุมชนที่ธุรกิจต้องพึ่งพาอยู่ทุกวัน
สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในไทยตอนนี้คือบทพิสูจน์ที่ชัดเจน เมื่อแรงงานกัมพูชาเดินทางกลับประเทศ รัฐบาลไทยรีบเร่งดึงแรงงานจากเมียนมา ลาว และเวียดนามเข้ามาแทน พร้อมทั้งขยายใบอนุญาตทำงาน แต่การทดแทนแรงงานนี้ไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด แรงงานลาวเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยเท่านั้น กฎหมายเกณฑ์ทหารของเมียนมาก็จำกัดจำนวนแรงงานที่สามารถออกนอกประเทศได้ และทักษะที่สั่งสมมาหลายปี ก็ไม่สามารถถ่ายทอดให้แรงงานกลุ่มใหม่ได้ในชั่วข้ามคืน ไทยจึงไม่ได้แค่กำลังเติมเต็มช่องว่างแรงงานเท่านั้น แต่กำลังปรับโครงสร้างที่มาของแรงงานอย่างเงียบ ๆ ในเวลานี้
ธุรกิจส่วนใหญ่รู้สึกถึงผลกระทบเหล่านี้ แต่มีเพียงไม่กี่รายที่อธิบายให้ลูกค้า พันธมิตร หรือนักลงทุนเข้าใจ ธุรกิจที่ใช้เวลาบอกเล่าเรื่องราวเหล่านี้ต่างหาก คือธุรกิจที่สร้างความไว้วางใจที่แท้จริงกับกลุ่มเป้าหมายของตน
ที่
Happio เราทำงานร่วมกับทีมที่เข้าใจความซับซ้อนเหล่านี้โดยตรง เราเชื่อว่าคอนเทนต์ที่ดีต้องเริ่มจากการฟังและเข้าใจบริบทจริงของแต่ละพื้นที่ในภูมิภาคนี้ ก่อนจะแปลงมันออกมาเป็นเรื่องเล่าที่แบรนด์ของคุณอยากบอก พร้อมให้เราช่วยแบรนด์ของคุณเแล้วหรือยัง? ทักหาทีมเราได้เลยวันนี้!