1. ลูกค้าของคุณคือกลุ่มไหน: เจาะกลุ่มประชากรเมียนมาในไทย
- แรงงานฝีมือ (Blue-Collar) — กลุ่มใหญ่ที่สุด กระจายตัวอยู่ในอุตสาหกรรมก่อสร้าง การเกษตร และการประมง
- กลุ่มกึ่งฝีมือ (Light Blue-Collar) — กลุ่มที่อยู่นานจนเริ่มมีทักษะ มีความรู้ภาษาไทยดีขึ้น และมีความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี
- พนักงานออฟฟิศและนักศึกษา (White-Collar & Students) — มีชาวเมียนมาเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัยในไทยกว่า 15,242 คน โดยมหาวิทยาลัยยอดนิยมคือ ABAC, ม.รังสิต และ ม.กรุงเทพ
2. พฤติกรรมการใช้เงิน: เงิน 100 บาท เขาจ่ายให้ใครบ้าง?
- ส่งกลับบ้าน (35%) — เป็นการทำธุรกรรมข้ามพรมแดน
- หมุนเวียนในไทย (65%) — นี่คือเงินที่ไหลเข้าสู่ธุรกิจไทยโดยตรง!
- อาหารและเครื่องดื่ม (17.4%) — ตลาดที่ใหญ่ที่สุด
- ที่อยู่อาศัยและสาธารณูปโภค (13.8%) — ส่วนใหญ่พักอาศัยแบบหอพักหรือที่พักส่วนกลาง
- เสื้อผ้าและของใช้ส่วนตัว (4.6%) — กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค
3. โอกาสทางธุรกิจ (Market Opportunities) ที่น่าจับตามอง
- อาหารและเครื่องดื่ม (59,200 ล้านบาท) — สินค้าท้องถิ่นเมียนมา หรือร้านอาหารที่รสชาติถูกปาก
- ที่อยู่อาศัย (46,800 ล้านบาท) — หอพักใกล้แหล่งนิคมอุตสาหกรรมที่มีบริการภาษาเมียนมา
- บริการดิจิทัลและการเงิน (24,700 ล้านบาท) — แอปฯ โอนเงิน, แอปฯ ธนาคาร หรือซิมการ์ดที่รองรับภาษาเมียนมา
- สุขภาพ (19,700 ล้านบาท) — คลินิกที่มีล่าม หรือประกันสุขภาพราคาประหยัด
- สินค้าปลีก (15,800 ล้านบาท) — แบรนด์เสื้อผ้าและเครื่องสำอางที่เน้นความคุ้มค่า
4. กลยุทธ์การตลาดแบบ AIBRA: เข้าถึงใจชาวเมียนมา
- Awareness — สร้างการรับรู้ผ่าน Influencer ชาวเมียนมา และโฆษณา Out of Home ในพื้นที่ที่มีประชากรหนาแน่น เช่น สมุทรสาคร หรือเชียงใหม่
- Interest — ทำคอนเทนต์ที่ให้ความรู้หรือเรื่องเล่าของแบรนด์ (Brand Story)
- Buy — มีโปรโมชั่นที่ชัดเจนและช่องทางการซื้อที่สะดวก
- Refer — ใช้พลัง “ปากต่อปาก” และกิจกรรม Community-driven
- Advocate — เปลี่ยนลูกค้าขาจรเป็น “แฟนพันธุ์แท้” ด้วยระบบสมาชิกหรือ VIP Event
ดังนั้นตลาดเมียนมาในไทยไม่ใช่ตลาด “ทางเลือก” อีกต่อไป แต่เป็นตลาด “หลัก” ที่มีศักยภาพการเติบโตสูงมาก หากธุรกิจเข้าใจพฤติกรรม สื่อสารด้วยภาษาที่เขาเข้าใจ และมอบคุณค่าที่ตรงใจ ประตูสู่ขุมทรัพย์ 2 แสนล้านนี้ก็พร้อมเปิดต้อนรับคุณเสมอ
หากคุณสนใจบุกตลาดเมียนมาในไทยแบบมือโปร? ติดต่อ Happio ผู้เชี่ยวชาญด้าน Creative Digital & Activation ที่ช่วยให้แบรนด์ของคุณเติบโตในตลาด CLMV ได้อย่างมั่นใจ happioteam.com
บทความนี้สรุปประเด็นสำคัญและอินไซต์ที่น่าสนใจจากรายงาน Myanmar Market Awakens Report เพื่อให้เห็นภาพแนวโน้มและโอกาสของตลาดได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
- • ภาพรวมจำนวนประชากรชาวเมียนมาจำนวน 4.1 ล้านคน ในประเทศไทย โดยถือว่าเป็นกลุ่มแรงงงานข้ามชาติที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย แบ่งออกเป็นส่วนคนที่งานอย่างถูกกฎหมาย 2.8 ล้านคน และอีก 1.3 ล้านคนที่เป็นผู้อพยพแบบผิดกฎหมาย
- การใช้จ่ายรายปีของชาวเมียนมาในไทย 65% ของรายได้ทั้งปีจะถูกใช้ในประเทศไทยมูลค่าราว 221,000 ล้านบาท และอีก 35% จะถูกส่งกลับประเทศ
- สรุปสัดส่วนการใช้จ่ายของชาวพม่าในไทย รายได้ทั้งปีขอชาวเมียนมาในไทยรวมกันต่อปีอยู่ที่ประมาณ 340,250 ล้านบาท โดยเฉลี่ยจะอยู่ที่ 6,915 บาทต่อคน
- ประเภททวีซ่าและสถานะทางกฎหมายของชาวเมียนมาในไทย แบ่งออกเป็น
- 1. ใบอนุญาตทำงาน MOU (บัตรสีชมพู) : 1.65 ล้านคน (40%)
- 2. บัตรผ่านแดน มาตรา 64 : 1.65 ล้านคน (10%)
- 3. วีซ่า Non-Immigrant B : 0.18 ล้านคน (4%)
- 4. การพิสูจน์สัญชาติ (NV) : 0.35 ล้านคน (9%)
- 5. ผู้ติดตามและนักเรียน : 0.20 ล้านคน (5%)
- 6. แรงงานไม่มีเอกสาร : 1.30 ล้านคน (32%)
- ประเภทการจ้างงานของแรงงานชาวเมียนมาในประเทศไทย โดยแบ่งเป็น
- 1. Blue-Collar : งานประเภทที่ทำงานใช้แรงงานหรือทักษะเชิงช่าง
- 2. Light Blue-Collar: งานประเภทที่เกี่ยวกับงานบริการหรือปฏิบัติการที่ใช้แรงงานไม่หนักมาก
- 3. White-Collar or Specialized: งานประเภทงานสำนักงาน งานบริหาร หรือวิชาชีพ
- แรงงานชาวเมียนมากลุ่ม Blue-collar : ประเภทที่ 1 (เดินทางเข้าประเทศผ่านระบบ MOU) มีจำนวนทั้งหมด 239,620 คน แบ่งเป็นผู้ชาย 136,366 คน และผู้หญิง 103,254 คน
- แรงงานชาวเมียนมากลุ่ม Blue-collar : ประเภทที่ 2 (ได้รับอนุญาตทำงานตามมติ ครม.) มีจำนวนทั้งหมด 860,154 คน แบ่งเป็นผู้ชาย 510,765 คน และผู้หญิง 349,359 คน
- แรงงานชาวเมียนมากลุ่ม Blue-collar : ประเภทที่ 3 (ภายใต้มาตรา 59 : ทั่วไป) มีจำนวนทั้งหมด 4,899 คน โดย 5 อันดับอุตสาหกรรมยอดนิยมสำหรับแรงงานชายและหญิง
- 1. อสังหาริมทรัพย์ การให้เช่าซื้อ และบริการทางธุรกิจ 19.3%
- 2. การศึกษา (บุคลากรในโรงเรียน/ผู้ช่วย) 16.9%
- 3. อุตสาหกรรมการผลิต 11.8%
- 4. ขายส่ง ขายปลีก และการซ่อมแซม (ยานยนต์และรถจักรยานยนต์) 11.3%
- 5. สาธารณสุข และการสังคมสงเคราะห์ 10.7%
- แรงงานกลุ่ม Light blue-collar หรือ แรงงานกึ่งฝีมือชาวเมียนมา คือแรงงานที่เริ่มต้นจากงานใช้แรงงาน (blue-collar) แต่ปัจจุบันแสดงให้เห็นถึงศักยภาพที่ชัดเจนในการก้าวไปสู่แรงงานกึ่งฝีมือ (semi-skilled) หรือแม้กระทั่งงานสายออฟฟิศในอนาคต (white-collar) มักมีการศึกษาตั้งแต่ระดับพื้นฐานจนถึงระดับสูงขึ้น มีทักษะภาษาไทยตั้งแต่ปานกลางจนถึงคล่องแคล่ว มีการพัฒนาทักษะทางสังคม (soft skills)
- White-collar หรือ แรงงานเมียนมาผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง (ตามมาตรา 62 : การส่งเสริมการลงทุน) คือชาวต่างชาติที่ทำงานในภาคธุรกิจและวิชาชีพ มักได้รับการศึกษาระดับสูงพร้อมวุฒิการศึกษาเฉพาะทาง รวมถึงทักษะภาษาอังกฤษ/ไทยในระดับปานกลางถึงสูง และทักษะเชิงเทคนิคที่เชี่ยวชาญ
- นักศึกษามหาวิทยาลัยสัญชาติเมียนมา (เข้าประเทศผ่านวีซ่าประเภท Non-Immigrant ED) มีจำนวนทั้งหมด 15,242 คน
- การกระจายตัวทางภูมิภาค และความหนาแน่นของประชากร โดย 5 อันดับจังหวัดที่มีประชากรเมียนมามากที่สุด
- 1. กรุงเทพมหานคร ประมาณ 520,000 คน
- 2. สมุทรสาคร ประมาณ 380,000 คน
- 3. เชียงใหม่ ประมาณ 290,000 คน
- 4. ตาก ประมาณ 260,000 คน
- 5. ระนอง ประมาณ 210,000 คน
ประเด็นสำคัญและข้อสรุป
- จำนวนประชากรที่มีนัยสำคัญ: แรงงานชาวเมียนมาประมาณ 4.1 ล้านคนคิดเป็น 6.3% ของประชากรไทย
และ 8.2% ของกำลังแรงงานทั้งหมด ทำให้ชาวเมียนมาเป็นกลุ่มแรงงานข้ามชาติที่มีจำนวนมากที่สุด - การกระจุกตัวในภาคอุตสาหกรรม: แรงงานส่วนใหญ่อยู่ในภาคการผลิต การประมง/อาหารทะเล และการก่อสร้าง ซึ่งช่วยเติมเต็มช่องว่างแรงงานที่สำคัญ
- สถานะทางกฎหมาย: 68% มีสถานะถูกต้องตามกฎหมายผ่านช่องทางการขึ้นทะเบียนในรูปแบบต่าง ๆ ในขณะที่อีก 32% ยังไม่มีเอกสารถูกต้อง
- ผลกระทบทางเศรษฐกิจ: กำลังซื้อของแรงงานชาวเมียนมาอยู่ที่ประมาณ 221.2 พันล้านบาท หลังหักเงินโอนกลับประเทศ ซึ่งคิดเป็นประมาณ 1.3% ของ GDP ประเทศไทย
- รูปแบบการใช้จ่าย: ค่าใช้จ่ายต่อเดือนเฉลี่ย 4,495 บาทต่อคน ส่วนใหญ่อยู่ในหมวด อาหาร และการเดินทาง
- การกระจายตัวตามพื้นที่: มีการกระจุกตัวสูงในกรุงเทพฯ สมุทรสาคร และเชียงใหม่ โดยมีรูปแบบการกระจายที่แตกต่างกันตามความต้องการของแต่ละอุตสาหกรรม
- ข้อสรุปโดยรวม:
ชาวเมียนมาเป็นกำลังสำคัญของเศรษฐกิจและสังคมไทย ทั้งในฐานะแรงงานและผู้บริโภค โดยชาวเมียนมามีผลกระทบต่อเศรษฐกิจในหลายภาคส่วนและมีส่วนช่วยสนับสนุน GDP ของประเทศไทยอย่างมีนัยสำคัญ การกำหนดนโยบายที่ส่งเสริมการพัฒนาทักษะ การมีส่วนร่วมในระบบเศรษฐกิจ และคุณภาพชีวิตของชาวเมียนมา จะช่วยขับเคลื่อนการพัฒนาอย่างยั่งยืนของประเทศไทยในระยะยาว
- โอกาสของธุรกิจไทย: ศักยภาพทางการตลาดขนาด 221,200 ล้านบาทของตลาดผู้บริโภครายปี ธุรกิจที่เข้าใจและสามารถตอบโจทย์ชุมชนกลุ่มนี้ได้จะสามารถต่อยอดสู่โอกาสในการเติบโตที่สำคัญ พร้อมทั้งเข้าถึงกลุ่มตลาดที่ยังไม่ได้รับการบริการอย่างเพียงพอได้สำเร็จ
ธุรกิจที่น่าสนใจ:
- 1. ตลาดอาหารและเครื่องดื่ม (59,200 ล้านบาท)
- 2. ที่อยู่และที่พักอาศัย (46,800 ล้านบาท)
- 3. บริการด้านดิจิทัลและการเงิน (24,700 ล้านบาท)
- 4. ผลิตภัณฑ์และบริการด้านสุขภาพ (19,700 ล้านบาท)
- 5. ค้าปลีกและสินค้าอุปโภคบริโภค (15,800 ล้านบาท)
- 6. การศึกษาและการฝึกอบรม (13,800 ล้านบาท)

















